วันเสาร์, 15 สิงหาคม 2563

6 วิธีแก้ปัญหาริมฝีปากแห้งให้กลับมาเนียนนุ่มอีกครั้ง

18 ม.ค. 2020
319

ริมฝีปากนับว่าเป็นอีกหนึ่งอวัยวะที่เราไม่ควรละเลย และควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพราะผิวบริเวณนี้บอบบางมากกว่าผิวส่วนอื่น ๆ ของร่างกายค่ะ อย่างไรก็ตาม มีหลายปัจจัยที่สามารถทำให้ริมฝีปากของเราแห้งแตก เป็นสะเก็ด และหลุดลอก เช่น การสัมผัสกับสารต่าง ๆ แสงแดด สภาพอากาศที่หนาวเย็นหรือแห้ง การเลียริมฝีปาก ยา ฯลฯ ด้วยความที่ริมฝีปากไม่มีต่อมไขมัน ทำให้ผิวบริเวณนี้ขาดความชุ่มชื้นได้ค่ะ ใครที่กำลังเจอกับปัญหาริมฝีปากแห้งแตก เราลองมาดูวิธีรับมือพร้อมกันเลยดีกว่า

วิธีรับมือกับ ริมฝีปากแห้ง

1.เลือกใช้ลิปบาล์มที่มีคุณภาพ

เมนทอล การบูร และฟีนอล ล้วนแต่เป็นส่วนผสมที่พบได้ทั่วไปในลิปบาล์ม ซึ่งส่วนผสมเหล่านี้สามารถทำให้ริมฝีปากของคุณแห้งแตกได้ค่ะ ทางที่ดีให้คุณหันมาใช้ลิปบาล์มที่มีส่วนผสมช่วยปลอบปะโลมและมอบความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก เช่น ปิโตรเลียม ลาโนลิน ขี้ผึ้ง และเซรามายด์ นอกจากนี้ให้คุณหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับริมฝีปากที่มีกลิ่นและรสชาติ เพราะสามารถทำให้ริมฝีปากแห้งได้ไม่แพ้กันเลยค่ะ

2.ลองใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ

มีวัตถุดิบจากธรรมชาติหลายชนิดที่ช่วยแก้ปัญหาริมฝีปากแห้ง ซึ่งบางอย่างอาจอยู่ในห้องครัวของคุณแล้วก็ได้ค่ะ คุณสามารถปลอบปะโลม และเติมความชุ่มชื้นให้ริมฝีปากที่แห้งกร้านด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติดังนี้

  • ว่านหางจระเข้: เจลที่อยู่ในใบว่านหางจระเข้มีวิตามิน แร่ธาตุ สารต่อต้านอนุมูลอิสระ และสารต้านการอักเสบที่มีคุณสมบัติช่วยปลอบปะโลมผิว และทำให้ผิวที่เสียหายกลับมาชุ่มชื้นอีกครั้ง
  • น้ำมันมะพร้าว: ทำมาจากเนื้อมะพร้าว น้ำมันชนิดนี้ช่วยต้านการอักเสบ และเป็นสารให้ความชุ่มชื้น (Emollient) ซึ่งสามารถปลอบปะโลมผิวและทำให้ผิวนุ่ม
  • น้ำผึ้ง: มีความชุ่มชื้นสูง จึงเหมาะสำหรับนำมาใช้แก้ปัญหาริมฝีปากแห้ง นอกจากนี้น้ำผึ้งยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระและสารต้านแบคทีเรีย ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อจากการมีริมฝีปากที่แห้งและแตกมาก
  • แตงกวา: สามารถทำให้ริมฝีปากชุ่มชื้น และอาจมีวิตามินและแร่ธาตุที่ทำให้สภาพริมฝีปากดูดีขึ้น
  • ชาเขียว: อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระและแร่ธาตุ อีกทั้งยังมีสารโพลีฟีนอล ซึ่งช่วยลดการอักเสบ ทั้งนี้ให้คุณนำถุงชาเขียวแช่ในน้ำอุ่น แล้วนำมาถูให้ทั่วริมฝีปากเพื่อทำให้ผิวนุ่มและไม่แห้งกร้าน

3.ขัดริมฝีปาก

ส่วนผสมในลิปบาล์มจะไม่สามารถซึมเข้าไปในผิวของริมฝีปากที่แห้งแตก สิ่งที่คุณควรทำก่อนเป็นอันดับแรกคือ ขัดริมฝีปากก่อนใช้สารต่าง ๆ บำรุง โดยใช้สครับที่มีส่วนผสมของน้ำตาลหรือเบกกิ้งโซดาเพื่อขัดผิวส่วนที่แห้งอย่างอ่อนโยน นอกจากนี้ให้คุณเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่สามารถช่วยปลอบปะโลมและเติมความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก

4.ดื่มน้ำ

ภาวะขาดน้ำถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวบริเวณริมฝีปากไม่ชุ่มชื้นอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งนี้ภาวะขาดน้ำเกิดขึ้นเมื่อร่างกายเสียน้ำมากกว่าที่ได้รับน้ำ ทำให้ร่างกายไปดึงน้ำจากบางบริเวณเพื่อให้เซลล์มีน้ำอย่างเพียงพอ ส่งผลให้เกิดปัญหาผิวแห้ง ซึ่งหมายความรวมถึงผิวบริเวณริมฝีปากด้วยค่ะ หากคุณรู้สึกหิวน้ำ ปากแห้ง ปวดศีรษะ และเวียนศีรษะ คุณควรเติมน้ำให้ร่างกายด่วนเลยค่ะ เพราะอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำ

5.ใช้เครื่องเพิ่มความชื้น

สภาพอากาศที่แห้งสามารถดึงความชุ่มชื้นออกจากผิว ซึ่งเรามักพบปัญหานี้ในช่วงที่อากาศหนาว อย่างไรก็ตาม นอกจากคุณจะดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อรักษาความชุ่มชื้นในร่างกายแล้ว หากพอมีกำลังทรัพย์ คุณอาจลองซื้อเครื่องเพิ่มความชื้นมาช่วยด้วยอีกแรงค่ะ เมื่ออากาศมีความชื้นอย่างเพียงพอ ก็อาจบรรเทาปัญหาผิวแห้งกร้าน

6.หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่

บุหรี่สามารถทำให้ผิวรอบ ๆ ริมฝีปากระคายเคือง ทำให้ผิวแห้งและอาจทำให้ริมฝีปากแตก แต่โทษของบุหรี่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ค่ะ เพราะการสูบบุหรี่สามารถทำให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ในช่องปาก เช่น การเป็นแผลในปากและการมีอาการเจ็บเหงือก ทั้งนี้ปัญหาริมฝีปากแห้งแตกอาจบรรเทาลงหลังจากที่คุณหยุดสูบบุหรี่ เพราะผิวจะเริ่มได้รับการฟื้นฟู