วันศุกร์, 3 กรกฎาคม 2563

มาดูวิธีเลือก “อายครีม” กันเถอะ

18 ม.ค. 2020
207

เมื่ออายุมากขึ้น ผิวของคุณจะสูญเสียน้ำมันและต่อมเหงื่อ ส่งผลให้ผิวแห้งขึ้น เพราะผิวขาดไขมันที่ช่วยรักษาผิวให้อวบอิ่มและเกลี้ยงเกลา เท่านั้นยังไม่พอ คอลลาเจนและอิลาสติน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำให้ผิวเต่งตึง ก็ยังลดลงอีกด้วย สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ทำให้เกิดรอยย่นและริ้วรอยต่าง ๆ เช่น การมีตีนกาที่มุมด้านนอกของดวงตา

นอกจากนี้คนสูงอายุมักประสบปัญหาหนังตาตก ซึ่งมักเกิดขึ้นบริเวณเหนือหรือใต้ดวงตา อีกทั้งอาจพบว่าตัวเองมีถุงใต้ตาและผิวใต้ตาดำคล้ำขึ้น อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ผิวรอบดวงตามีลักษณะบาง เส้นเลือดที่ดำช้ำและอยู่ภายใต้ผิวก็จะปรากฏชัดเจนมากขึ้น

แม้ว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะเห็นสัญญาณความชราเหล่านี้เมื่ออายุมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องยอมจำนนให้กับธรรมชาติค่ะ เพราะในปัจจุบันมีนวัตกรรมความงามที่เรียกว่า “อายครีม” ซึ่งสามารถช่วยให้ผิวรอบดวงตากระจ่างใสหรือช่วยฟื้นฟูผิวบริเวณนี้ การใช้อายครีมสามารถทำให้เห็นความแตกต่างของผิวก่อนและหลังใช้ตราบใดที่คุณซื้ออายครีมได้เหมาะกับผิว

ส่วนผสมที่ควรมีในอายครีม

ส่วนผสมบางชนิดในอายครีมมีประโยชน์ที่จำเพาะต่อผิวรอบดวงตา

  • สารต่อต้านอนุมูลอิสระ: ช่วยปกป้องดวงตาจากความเสียหายที่มีต่อเซลล์ ยับยั้งการเกิดริ้วรอยและผิวหมองคล้ำที่เป็นผลมาจากอายุที่มากขึ้น ทำให้ผิวกระจ่างใส และป้องกันความเสียหายที่เกิดจากสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะผิวรอบดวงตา ทั้งนี้ให้คุณเลือกใช้อายครีมที่มีส่วนผสมของสารต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี วิตามินอี และกรดเฟอรูลิก (Ferulic)
  • กรดไฮยาลูรอนิกหรือเซราไมด์: สารเหล่านี้ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นโดยกักเก็บน้ำ จึงช่วยให้ริ้วรอยตื้นขึ้น
  • เรตินอล: วิตามินเอรูปแบบนี้จะกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนเพื่อลด และป้องกันริ้วรอยบาง ๆ และรอยเหี่ยวย่น
  • เปปไทด์: หากมีปัญหาตาตกหรือถุงใต้ตา ก็ควรใช้อายครีมที่มีส่วนผสมของเปปไทด์ เพราะจะช่วยเพิ่มการผลิตคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวที่เหี่ยวย่นกระชับขึ้น
  • ไนอาซีนาไมด์หรือกรดโคจิก: ส่วนผสมเหล่านี้สามารถช่วยให้รอยคล้ำใต้ดวงตาจางลง โดยไปชะลอเซลล์ที่ผลิตเม็ดสี อย่างไรก็ตาม หากรอยคล้ำเกิดจากการนอนดึก การเข้านอนให้เร็วขึ้นก็อาจช่วยได้มากกว่าอายครีม

หากต้องการเห็นผลลัพธ์ดีที่สุด ก็ควรใช้อายครีมสม่ำเสมอและใช้ต่อเนื่องกัน โดยปกติแล้วจะใช้เวลา 3-4 เดือน ที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

อายครีมที่แพงไม่ได้หมายความว่าจะดีกว่าอายครีมที่มีราคาถูกเสมอไป สิ่งที่ควรให้ความสำคัญก็คือ ส่วนผสมที่อยู่ในอายครีมนอกจากนี้สิ่งที่ควรระวังก็คือ น้ำหอม เพราะผลิตภัณฑ์ที่ใส่น้ำหอมที่เข้มข้นก็สามารถทำให้ผิวรอบดวงตาระคายเคือง ส่งผลให้ผิวแห้ง และอาจทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้น เช่น ริ้วรอย

วิธีอื่น ๆ ที่ช่วยดูแลผิวรอบดวงตา

  • ใช้ครีมกันแดด: ทาครีมกันแดดที่ผลิตมาเพื่อใช้สำหรับผิวรอบดวงตา หรือครีมกันแดดที่คุณใช้กับใบหน้าส่วนอื่น ๆ ที่มีค่า SPF อย่างน้อย 30 ซึ่งการปกป้องดวงตาจากความเสียหายที่เกิดจากแสงแดดจะช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยด้วย
  • พักผ่อน: ผลของการนอนไม่เพียงพอติดต่อกันเป็นเวลาหลายปีสามารถแสดงออกผ่านทางดวงตาหรือผิวบริเวณนี้ หากเป็นไปได้ ก็ควรนอนให้ได้คืนละ 6-8 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่: นอกจากบุหรี่จะทำร้ายหัวใจและปอดแล้ว ก็ยังไปทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว เมื่อเวลาผ่านไป ผิวของคุณก็จะเหี่ยวย่น
  • สูดอากาศบริสุทธิ์: มลภาวะในอากาศอย่างเขม่าและควัน ล้วนแต่ทำร้ายผิว ดังนั้นหากมีโอกาส ก็อย่าลืมหาเวลาไปเดินเล่นในสวนสาธารณะหรือบริเวณที่มีต้นไม้ชุกชุม
  • บำรุงผิวจากภายใน: การทานอาหารที่สมดุล และมีไขมันชนิดดีจากน้ำมันมะกอก อะโวคาโด และถั่ว สามารถช่วยบำรุงผิวได้ ในขณะเดียวกันการทานผลไม้และผักชนิดต่าง ๆ จะทำให้ร่างกายได้รับสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องผิว นอกจากนี้การดื่มน้ำอย่างเพียงพอจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิว